“ดีแมคซ์” แท็กทีม “มิว-เอ็กซ์” ขับเคลื่อนยอดขาย “อีซูซุ”

ยานยนต์ค่ายอีซูซุเดินหน้าเก็บเกี่ยวยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง หลังการเสริมทัพด้วยรถรุ่นใหม่ เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในตลาดรถกระบะและรถอเนกประสงค์ ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้วยยอดจำหน่าย 47,159 คัน หลังผ่าน 3 เดือนแรกของปี นำทัพโดย ดีแมคซ์ ที่ครองส่วนแบ่ง 44.8% ในตลาดรถกระบะ ขณะที่ มิว-เอ็กซ์ มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 25.6% ครองสัดส่วน 34% ในตลาดพีพีวี พร้อมเพิ่มศักยภาพงานบริการ เติมเต็มความมั่นใจ สร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง หลังผ่านพ้นช่วงวิกฤติที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยในช่วงปลายปี 2565 ได้เพิ่มความสดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์และเขย่าตลาดรถกระบะด้วย อีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นปรับโฉม ที่มีให้ลูกค้าเลือกใช้ถึง 36 รุ่นย่อย ตอบสนองความต้องการในรูปแบบที่แตกต่างกันไป
“เป็นครั้งแรกของวงการรถปิกอัพเมืองไทย กับนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ทำหน้าที่เสมือนดวงตาคู่อัจฉริยะ คอยตรวจจับวัตถุด้านหน้าแบบ Real Time ได้อย่างชัดเจน และแม่นยำกว่าระบบกล้องหน้าเดี่ยว พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน เปลี่ยนทุกเส้นทางการผจญภัยให้เป็นเส้นแห่งทางความปลอดภัย ที่ผู้ใช้รถอีซูซุจะมั่นใจได้สูงสุด” มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ย้ำถึงความโดดเด่นของ ดีแมคซ์ เจนล่าสุด
สำหรับ อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEs มาพร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera มีให้เลือกใช้ในรุ่นอีซูซุ วี-ครอส 4×4 โดดเด่นดุดันด้วย Front Bumper Guard สีทูโทน พร้อมชุดแต่งสีเทาดำรอบคัน ที่กระจกมองข้าง ราวหลังคา มือจับประตู บันไดข้าง ที่เปิดกระบะท้าย Fender Lip และ Robust Extender
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Isuzu 3.0 Ddi BLUE POWER รุ่น 4JJ3-TCX กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที มาพร้อมระบบ Terrain Command สวิตช์เปลี่ยนการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อ เป็น 4 ล้อ สามารถเลือกการใช้งานให้เหมาะกับทุกสภาพถนน ทั้ง 2H / 4H และ 4L พร้อมสมรรถนะในการลุยน้ำได้สูงสุด 800 มิลลิเมตร
รวมถึง อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 4 ประตู อีกหนึ่งทางเลือกในรุ่น MAGIC EYEs กระจังหน้าแบบ Double Dimension ดีไซน์แบบสีทูโทน พร้อมไฟท้ายโทนสีเข้มและกันชนท้าย Integrated Bumper เป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ เติมความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์แบบ Robust Radius และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์แบบ Aeroscrew
มาพร้อม 2 ขุมพลังทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 รุ่น RZ4E-TC กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที และเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น 4JJ3-TCX กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที
นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมายังเป็นวาระครบรอบ 12 ปีของอีซูซุ ดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ ในตลาดประเทศไทย ภายใต้บทบาทของรถกระบะที่เอาใจสายซิ่ง แต่งครบจบตั้งแต่โรงงาน โดยเวอร์ชันล่าสุด ได้รับการยกระดับด้วยรูปโฉมใหม่ ทั้งในรุ่น SPEED และ HI-LANDER เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตด้วยชุดแต่งรอบคัน มาพร้อมสติกเกอร์คาดหน้า-หลัง อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมสัญลักษณ์ X ที่ด้านหน้า
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะนั่งทูโทนสีดำแดง ทรงสปอร์ต โอบกระชับ พร้อมสัญลักษณ์ X สีแดง ที่เบาะคู่หน้า ในรุ่น SPEED และเบาะนั่งดีไซน์ทรงสปอร์ต โอบกระชับ นั่งสบาย มาพร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อน และสัญลักษณ์ X ปักด้ายแดงที่เบาะคู่หน้า เติมเต็มด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์แบบ Aeroscrew สปอร์ตหรู
ด้วยความโดดเด่นทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่มีความทันสมัยและสดใหม่ยิ่งขึ้น ส่งผลให้ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้บริโภค ส่งผลให้ค่ายอีซูซุ เดินหน้าเก็บเกี่ยวยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 47,159 คัน ครองสัดส่วน 33.8% ในอุตสาหกรรมยานยนต์ นำทัพโดย ดีแมคซ์ ที่โกยยอดขายในตลาดเพียวปิกอัพได้ทั้งสิ้น 37,328 คัน ครองแชร์ 44.8%
รวมถึง อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ ใหม่ ที่มาพร้อมสีใหม่น้ำเงินกลาเซียร์ ไมก้า หรูหรา โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Black Chrome พร้อมด้วยชุดแต่งรอบคัน เฉดสี Magnetite Gray รอบคัน ไฟท้าย LED สไตล์ Winglet Signature เล่นระดับแบบ 3 มิติ รวมถึงล้ออัลลอย Dynamic Rotor Blade สี Magnetite Gray ปัดเงา ขนาด 20 นิ้ว และล้ออัลลอย Aeroscrew ขนาด 17 นิ้ว
มาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) โดดเด่นด้วยนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ครั้งแรกของวงการรถปิกอัพเมืองไทย มอบความแม่นยำและมั่นใจในการทำหน้าที่เสมือนดวงตาคู่อัจฉริยะ ตรวจจับวัตถุด้านหน้าแบบ Real Time ได้อย่างชัดเจนและแม่นยำกว่า พร้อมเรดาร์ 2 จุดและเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน
ด้วยความครบครันด้านสมรรถนะการใช้งาน รวมถึงความปลอดภัยที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ควบคู่ไปพร้อมกับความทันสมัย ผลักดันให้ มิว-เอ็กซ์ สามารถเก็บเกี่ยวยอดขายไปได้ทั้งสิ้น 6,194 คัน หลังผ่าน 3 เดือนแรกของปี ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 25.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ครองสัดส่วน 34.0% ในตลาดพีพีวี
นอกจากนี้ อีซูซุยังได้ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้านผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย ด้วยการจัดการแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ เพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะให้กับเจ้าหน้าที่ของผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ พร้อมยกระดับคุณภาพในการให้บริการและสร้างความพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอีซูซุ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการขับเคลื่อนสำคัญ ที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า และสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์
“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราต่างได้รับผลกระทบของการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส 2019 แต่ด้วยการผนึกกำลังร่วมกันของกลุ่มตรีเพชรและผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจอีซูซุสามารถก้าวข้ามความท้าทายที่สำคัญนี้มาได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมทั้งยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดรถบรรทุกและรถปิกอัพของเมืองไทยไว้ได้อย่างมั่นคงอีกด้วย”
“แม้ว่าในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมา จะทำให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานหลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งซึ่งยังคงความสำคัญตลอดมา คือความสามารถในการสร้างความพอใจให้กับลูกค้าทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการบริการ ดังนั้น บุคลากรทั้งด้านการขายและธุรกิจหลังการขายนั้น จำเป็นต้องผนึกกำลังทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้า” มร.ทาคาชิ ฮาตะ ทิ้งท้าย