ลองขับ By The Great “ฟอร์ด” เนรมิต “Ranger Ville” พิสูจน์สมรรถนะ “เน็กซ์-เจน เรนเจอร์”

ฟอร์ด ประเทศไทย เนรมิตพื้นที่เหมืองเก่า จ.พังงา เป็นสนามออฟโรดเพื่อทดสอบสมรรถนะของรถกระบะฟอร์ด เจเนอเรชันล่าสุด ภายใต้ชื่อ ฟอร์ด เรนเจอร์ วิลล์ (Ford Ranger Ville) พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมพิสูจน์สมรรถนะของรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นที่แรกในโลก โดย “หนังสือพิมพ์ยวดยาน” ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทริปดังกล่าว
สำหรับรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันล่าสุด ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ในช่วงรอยต่อของเดือนมีนาคม-เมษายน ที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมจากทั้งสื่อมวลชน รวมถึงผู้บริโภคที่ให้ความสนใจ ทั้งในเรื่องของรูปโฉมที่ทันสมัยยิ่งขึ้น รวมถึงสมรรถนะการใช้งานที่ยะระดับขึ้นไปอีกขั้น และนับวันรอที่จะได้พิสูจน์ถึงความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
โดยประเทศไทย เป็นฐานการผลิตที่สำคัญของฟอร์ด ภายใต้บทบบาทของศูนย์กลางการผลิตรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ และรถยนต์อเนกประสงค์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ หลังทุ่มเม็ดเงินลงทุนกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท ยกระดับการผลิตทั้งที่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง และโรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย เพื่อศักยภาพและคุณภาพการผลิตที่ดียิ่งขึ้น
ตัดกลับมาที่ทริปทดสอบ ฟอร์ดได้จัดทัพ Wildtrak 2.0 Bi-Turbo 4×4 10AT จำนวน 10 คัน ไว้เป็นกำลังหลัก เสริมด้วย Wildtrak 2.0 Bi-Turbo 4×2 10 AT และ Sport 2.0L 6AT เป็นกำลังเสริม ซึ่งในการทดสอบที่ ฟอร์ด เรนเจอร์ วิลล์ (Ford Ranger Ville) ต้องใช้ตัวหลักสำหรับการทดสอบ เนื่องด้วยสมรรถนะที่ครบครันทั้งในเรื่องโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกใช้ รวมถึงระบบเสริมการใช้งานที่ตอบโจทย์ในสไตล์ออฟโรด รองจากรุ่นพรีเมียม อย่าง แร็พเตอร์
สำหรับสนามออฟโรดได้แบ่งออกเป็น 8 สถานี เพื่อชูความโดดเด่นของระบบต่างๆ ไล่เรียงจาก สถานีที่ 1 การพิชิตเนินชัน โดยใช้โหมดการขับขี่ปกติ ควบคู่กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อวดสมรรถนะช่วงล่าง และการไต่ลงเนินชันด้วยระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา ที่ช่วยปรับความดันเบรกอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังสามารถควบคุมพวงมาลัยได้มั่นใจยิ่งขึ้น ด้วยมุมจากด้านหลัง 23 องศา ต่อเนื่องด้วยการขับผ่านแอ่งน้ำในสถานีที่ 2 ด้วยความสามารถในการลุยน้ำได้สูงสุด 800 มิลลิเมตร โดยในสถานีที่ 1 และ 2 นี้ สามารถใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยกล้องมองรอบคัน 360 องศา ที่ใช้งานได้เป็นอย่างดี
ในสถานีที่ 3 ทดสอบภายใต้โหมดการขับขี่บนถนนลื่น ซึ่งระบบจะช่วยกระจายแรงบิดของเครื่องยนต์ไปยังทั้ง 4 ล้อ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนถนนลื่นหรือพื้นถนนที่ไม่สม่ำเสมอ รวมถึงมุมมองในการขับขี่ในพื้นที่แคบที่ดีขึ้น จากการออกแบบฝากระโปรงหน้าที่ช่วยให้สามารถกะระยะได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนสถานีที่ 4 ทางโคลน เป็นการขับขี่ด้วยโหมดโคลน ภายใต้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) เสริมด้วยการทำงานของระบบล็อกเฟืองท้าย ถ่ายเทกำลังของเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 ส่งผลให้ผ่านทางโคลนหรือถนนลื่นได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
ส่วนสถานีที่ 5 เป็นพื้นกรวด ทดสอบภายใต้โหมดการขับขี่บนถนนลื่น พิสูจน์สมรรถนะการขับขี่บนพื้นผิวถนนที่เป็นทางหินกรวด เพื่อดูพละกำลังของเครื่องยนต์และการตอบสนองของระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว รวมถึงความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ขณะใช้รอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น ในขณะขับขี่ที่ด้วยความเร็วสูง
ถัดมาเป็นการขับขี่ลุยทางหิน โดยใช้โหมดการขับขี่ปกติ ร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4L) และระบบล็อกเฟืองท้าย เพื่อทดสอบแรงบิดของเครื่องยนต์ในรอบต่ำ และอัตราทดเกียร์ รวมถึงความสูงใต้ท้องรถและระบบช่วงล่างที่นุ่มนวลยิ่งขึ้น ต่อด้วยการขับขี่บนสภาพเส้นทางที่เป็นพื้นทราย โดยปรับการขับขี่มาที่โหมดทราย พิสูจน์เสถียรภาพการทรงตัวและการกระจายแรงบิดของเครื่องยนต์ ปิดท้ายด้วยการลุยทางออฟโรด ภายใต้โหมดปกติ พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4H) ทดสอบการควบคุมพวงมาลัย การทรงตัวของรถ และพละกำลังของเครื่องยนต์ แรงบิดและอัตราทดเกียร์
นอกจากการทดสอบใน ฟอร์ด เรนเจอร์ วิลล์ แล้ว ยังได้ทดสอบใช้งานบนทางดำในรูปแบบของการใช้งานจริง ด้วยเส้นทางขึ้น-ลงเขา ครบครันด้วยโค้งกว้าง-แคบ ซึ่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องความคมของพวงมาลัย รวมถึงพละกำลังของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่ผสานการทำงานได้เป็นอย่างดี ทั้งยังโดดเด่นในเรื่องการตัดเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามายังห้องโดยสาร ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม
ความสะดวกสบายและทันสมัยภายในห้องโดยสาร เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำได้ยอดเยี่ยม ทั้งในเรื่องของรูปร่างหน้าตา รวมถึงระบบเสริมการใช้งานต่างๆ ที่ยกระดับรถกระบะขึ้นไปอีกขั้น โดยมีฟอร์ดพาส เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ฟอร์ดภูมิใจนำเสนอ สำหรับแอปพลิเคชันที่ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับรถฟอร์ด เรนเจอร์ ผ่านสมาร์ทโฟน สามารถสตาร์ตรถจากระยะไกล ปรับอุณหภูมิรถก่อนเข้าสู่ห้องโดยสาร และแจ้งเตือนสถานภาพรถ รวมถึงการเชื่อมต่อสื่อสารที่ทำได้ตลอดเวลาผ่านระบบเชื่อมต่อการสื่อสารผ่านระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 4A
โดยภาพรวมของ ฟอร์ด เรนเจอร์ เจนฯใหม่ ถือว่าอยู่ระดับที่ยอดเยี่ยม ทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์และสมรรถนะการใช้งาน อย่างไรก็ดี การทดสอบดังกล่าวค่อนข้างจะมีเวลาจำกัดในการใช้งานในแต่ละรุ่นที่นำมาทดสอบ เอาเป็นว่าไล่เรียงกันคร่าวๆ ก่อน หลังจากนี้ “หนังสือพิมพ์ยวดยาน” จะนำมาไล่เรียงแบบเจาะลึกยิ่งขึ้นในภายหลัง